บทความล่าสุด

ดูดวงออนไลน์ แม่น ๆ กับ อ.ไป๋ล่ง ทาโรต์ไกด์ (50 - 199 ฿)

  กล่าวกันว่า ดวงคนเราเปลี่ยนตลอดเวลา หลายคนที่ดูดวงมาแล้วดวงตก หรือมีโชคก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าดวงชะตะจะคงนิ่งในแบบนั้นไปตลอด หากช่วงที่เราดวงตก เรารีบแก้ปัญหา และแก้ให้ถูกจุด ผ่อนร้ายกลายเป็นดี พลิกชะตาได้ทันท่วงที หรือดวงที่ดีอยู่แล้ว ก็ผลักดันวาสนาให้สูงขึ้นไปอีก เปิดโอกาสชีวิต ความรัก การงาน การเงิน ครอบครัว และสุขภาพ ทุกองค์ประกอบจะได้สมบูรณ์ที่สุด การทำนายด้วยไพ่ทาโรต์ ไม่เพียงแต่บอกพื้นด้วงชะตาได้แม่นยำ แต่ยังใช้ในคำถามเชิงเปรียบเทียบเช่น ทำสิ่งนี้จะดีกว่าสิ่งนั้นหรือเปล่า ทำอะไรถึงจะดี เดินทางไหนถึงจะรุ่ง แล้วให้ไพ่ทาโรต์นำทาง เป็นไกด์ให้ชีวิตเดินอย่างปลอดภัยและระมัดระวัง เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน อาจารย์ไป๋ล่ง เป็นผู้ศึกษาศาสตร์แห่งการพยากรณ์ไพ่ยิปซีมาตั้งแต่เด็ก ด้วยความสนใจ และความชอบส่วนตัว มุ่งเน้นการให้คำปรึกษาเชิงบวก เปิดวาสนา เพิ่มบารมีให้แก่ผู้รับคำทำนายทุกคน ช่วยแก้ปัญหาอย่างถูกวิธี และดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข ความเจริญต่อไป  ปรึกษาปัญหาต่าง ๆ หรือขอคำแนะนำเฉพาะเรื่อง แบบแชท 50.- ต่อคำถาม  แบบคอลสด 199.- ต่อชั่วโมง  จองเวลาดูดวงได้ที่เพจ : pailong.tarot The Taro

บอกเล่าเรื่องราว "ทำไมต้องเป็นพญานาค"

เรื่องราวเกี่ยวกับพญานาคนี้ เรียกได้ว่าถูกรื้อฟื้นขึ้นมาและเป็นกล่าวถึง กราบไหว้บูชาอย่างกว้างขวาง หลังจากละครไทยออกอากาศ และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เริ่มจาก “กาษานาคา” ต่อด้วย “มณีสวาท” และ “นาคี” ที่เป็นทั้งละครในภาคต้น และเป็นภาพยนตร์ในภาคที่สอง นับเป็นประวัติการกระแสนิยมเรื่องราวของพญานาค และการนับถือบูชาที่เพิ่มขึ้นจนทั่วประเทศไทย จากเดิมที่เรื่องราวเกี่ยวกับพญานาค แทบจะถูกพับใส่แฟ้มมีเพียงละครจักรๆ วงศ์ๆ เท่านั้นที่ยังแพร่ภาพและมีบทบาทของพญานาคอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เป็นที่รู้จักเทียบเท่าปัจจุบัน




ตัวผู้เขียนเอง เป็นบุคคลหนึ่งที่หลงใหลในตำนาน และศิลปกรรม และ สถาปัตยกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่วัดวาอาราม เรามักจะเห็นบันไดนาค หรือรูปแกะสลักครุฑยุดนาคตามหน้าบัน แต่นั้นก็ยังไม่ใช่จุดเริ่มต้นความสนใจในวัยเด็กของผู้เขียนนะครับ จุดเริ่มต้นของผู้เขียนมาจากกล่องไม้ขีดไฟกล่องเล็ก ๆ ตราพญานาค และจำความได้ว่า เมื่อตอนอายุย่างเข้า 8 ขวบ สามารถวาดรูปพญานาคจากกล่องไม้ขีดไฟเพื่อส่งเข้าประกวด และได้รับรางวัลชั้นประถมศึกษาเลยทีเดียว แต่ความทรงจำเหล่านี้มันก็เลือนหายไปจนกระทั่งผู้เขียนเติบโตขึ้นมา เมื่ออายุได้ 20 ปี ก็กลับมาสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับพญานาคขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เหตุก็เพราะความสงสัยในบั้งไฟพญานาคและความอยากพิสูจน์นั่นเอง เอาเป็นว่าเรื่องราวเหล่านี้ ผู้เขียนจะเล่าเป็นฉากเป็นตอนในเนื้อหาต่อไปแล้วกันนะครับ

สิ่งที่จะกล่าวถึงก็คือ ตอนผู้เขียนอายุ 22 ปี ก็ราวปี พ.ศ. 2546 เห็นจะได้ เวลาที่ผู้เขียนพูดคุยกับใครเรื่องราวเกี่ยวกับพญานาค บอกได้เลยว่าบางคนก็ยังแทบไม่รู้จักด้วยซ้ำนะครับว่า “พญานาคคืออะไร” ผู้เขียนเองต้องยกตัวอย่างของบันไดนาค หรือกระทั่งรูปงูมีหงอนที่รองฐานของพระภูมิอะไรทำนองนั้นอธิบายประกอบก็มี และสำหรับคนที่รู้จัก จะมองว่าเป็นเรื่องเล่าในนิทาน หรือสัตว์ในป่าหิมพานต์เพียงเท่านั้น

ในยุคสมัยนั้นเรียกได้ว่าเป็นการตั้งต้นพัฒนาของระบบอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยก็ว่าได้ เราสามารถออนไลน์เครือข่ายผ่านสายโทรศัพท์ได้ และค้นหาข้อมูลได้บ้างจาก Google ที่เริ่มเป็นที่นิยมไปทั่วโลก (Google ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2541) เรื่องราวของพญานาค ก็เติบโตขึ้นมาพร้อมกับระบบ Search Engine นั่นเองครับ ต่อมาเมื่อมีการเขียนเว็บไซต์มากขึ้น มีการจดบันทึกมากขึ้น เรื่องของพญานาคก็เริ่มถูกตีแผ่ในสังคมเช่นเดียวกัน แต่นั่นก็เกิดจากละครเรื่อง “กาษานาคา” ที่ทำให้คนได้รู้จัก และกล่าวถึงพญานาคอย่างแพร่หลายในปี พ.ศ. 2550

เมื่อกล่าวถึงคำพูดที่ว่า “ทำไมต้องเป็น พญานาค” ทำไมถึงต้องเขียนหนังสือเล่มนี้ นั่นเพราะนอกเหนือจากความสนใจในศิลปกรรมอันสวยงามของรูปลักษณ์ และความหลงใหลในตำนานของพญานาคแล้ว ตัวผู้เขียนเอง นอกจากที่เคยวาดภาพพญานาคจนได้รางวัลแล้ว ก็ได้นึกย้อนไปในวัยเด็ก เกี่ยวกับชีวิตที่มีความผูกพันกับงู ไม่ว่าจะเป็นการพบเห็น คือเมื่อเราเดินไปกับเพื่อน หรือกับญาติพี่น้อง เราจะเป็นคนแรกที่เห็นงูเลื้อยอยู่บริเวณไหนก็ตามที งูที่ซ่อนตัวอยู่ในต้นไม้ กิ่งไม้ มักจะเป็นตัวผู้เขียนเอง ที่จะต้องเห็นก่อน อีกทั้งในสมัยวัยเด็ก 6-12 ขวบ บ้านที่อาศัยจะเป็นบ้านไม้ยกใต้ถุน ในลักษณะมีหน้าต่างไม้ ไม่มีมุ้งลวดเหมือนบ้านในยุคสมัยนี้ และที่สำคัญ ไม่มีฝ้ากั้นช่องกำแพงบริเวณใต้หลังคา ลักษณะก็จะเป็นช่องโหว่ระบายอากาศได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ยุงก็ชุมตามไปด้วย จำได้ว่ายุคสมัยนั้น ต้องพึ่งยากันยุงเป็นประจำทุกวัน เวลาจะนอน ก็คือเราจะต้องกางมุ้งนอนในห้องนอนของผู้เขียน จะนำตู้เสื้อผ้ามาวางขวางครึ่งห้อง เพื่อแยกที่นอนกับพี่สาว และทุกวันในตอนเช้า เวลาที่เราเปิดหน้าต่างออกไปก็จะพบกับกิ่งมะยมที่ทอดผ่านหน้าต่าง พร้อมกับงูหลากชนิดที่แวะเวียนมาหาทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น เขียวพระอินทร์, เขียวหางไหม้, เขียวปากจิ้งจก, งูแสงอาทิตย์ และงูสิง เรียกได้ว่า ในหนึ่งสัปดาห์จะนับได้หลากสายพันธุ์เลยทีเดียว และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ผู้เขียนต้องหาคำตอบครับว่า ทำไมชีวิตเราในวัยเด็ก ถึงผูกพันกับงูมากมายนัก

อีกเรื่องก็คือเป็นความเชื่อของบิดาผู้เขียน เกี่ยวกับการมาเกิดของผู้เขียนว่า ก่อนมารดาผู้เขียนตั้งท้อง บิดาได้ฝันถึงการวางเบ็ดตกปลา และวางแห วางที่ดักปลาในยุคสมัยก่อน ที่พอถึงตอนเช้าจะไปเก็บแห เก็บเบ็ดเหล่านั้น ปรากฎว่าในความฝันมีเด็กหัวจุกผิวสีเข้ม ขอขึ้นเรือเพื่อที่จะไปอยู่ด้วย บิดาผู้เขียนก็ปฏิเสธไปด้วยคำตอบที่ว่า “จะไปอยู่ได้อย่างไร บ้านช่องไม่พออยู่หรอก” แต่เด็กน้อยก็รบเร้าขอไปอยู่ด้วย “นะ นะ พ่อ ให้หนูไปอยู่ด้วยนะ เดี๋ยวหนูจะช่วยหาเงิน” ปรากฎบิดาของผู้เขียนก็ใจอ่อน ตกปากรับคำ เด็กน้อยที่ลอยคออยู่ในน้ำจึงปีนป่ายขึ้นเรือเพื่อกลับบ้านด้วย เมื่อตื่นเช้าวันนั้น ก็เป็นวันที่มารดาแพ้ท้อง และตั้งท้องผู้เขียนขึ้นมา ประจวบกับบิดาเล่าให้ฟังว่า วันนั้นเป็นวันที่ออกไปเก็บเบ็ด และที่ดักปลา ได้ปลาเป็นจำนวนมาก ทั้งขาย ทั้งทำน้ำปลา ทำอาหารกินแล้ว ก็ยังเหลือมากมาย ขายได้เงินถึงพันกว่าบาท ซึ่งในสมัยนั้น (ปี พ.ศ.2523) ก็ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่มากโขอยู่ เรื่องนี้พอปะติดปะต่อกันแล้ว ก็พอจะทำให้ผู้เขียนเข้าใจได้ว่า “หรือว่าตัวผู้เขียนเอง มีกรรมเกี่ยวพันกับภพภูมิของพญานาค หรือเปล่านะ”

ต่อมาเมื่อผู้เขียนอายุได้ 20 ปี ก็ยังมีฝันแปลกประหลาดว่า มีพญานาค 2 ตน ตนหนึ่งสีขาวครีบสีทอง กับอีกตนสีเขียวครีบสีทอง มาว่ายน้ำเล่นในอ่างบัว ที่ตั้งอยู่หน้าบ้าน และเมื่อเล่าความฝันให้ญาติผู้ใหญ่ฟัง ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ดวงชะตาผู้เขียนผูกพันกับพญานาคตั้งแต่เด็ก” และหลังจากนั้น คนในบ้านก็ต่างฝันเห็นพญานาค 2 ตนนี้อยู่บ่อยครั้ง เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

และนี่ก็คือเรื่องราวประสบการณ์ที่น่าแปลกใจอันเป็นความเชื่อส่วนตัวของผู้เขียนเช่นเดียวกัน เมื่อจุดประกายความอยากรู้ถึงเพียงนี้ ผู้เขียนจึงเริ่มที่จะศึกษาหาอ่าน ตำนานเรื่องเล่าต่าง ๆ เกี่ยวกับพญานาค และก็ได้รู้ถึงที่มาที่ไป ต้นตอความเชื่อ เรื่องเล่าขานสืบต่อกันมาจนกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนกราบไหว้บูชาในปัจจุบัน แต่ถึงแม้ว่าตัวผู้เขียนเองจะมีความเชื่อถือศรัทธาในพญานาคมากเพียงใด ก็ยังไม่เห็นด้วยกับความงมงายของผู้คนที่เห็นอะไรก็ทึกทักเป็นเหตุแห่งพญานาค และกราบไหว้บูชาไปเสียหมด จนบดบังหนทางที่จะพบความสุขความสำเร็จอย่างแท้จริง หนังสือเล่มนี้ จะตีแผ่เรื่องราวความลี้ลับ ตำนานที่สืบทอดมาจนเป็นความเชื่อ เกี่ยวกับพญานาคได้ดีที่สุดอีกเล่มหนึ่งเลยทีเดียว

------------------------------
ส่วนหนึ่งของหนังสือ "พญานาค จากตำนานสู่ความเชื่อ"
<< ดูรีวิวและหาซื้อได้ที่นี่ >>

https://www.xn--12c4behe0ch7dxcoc6b.com/2021/10/blog-post.html


ความคิดเห็น

บทความน่าอ่าน

ความหมายของไพ่บุคคล “ควีน ออฟ วานส์” (QUEEN OF WANDS)

ความหมายของไพ่บุคคล “ควีน ออฟ เพนตาเคิลส์” (QUEEN OF PENTACLES)

ความหมายของไพ่บุคคล “เพจ ออฟ คัพส์” (PAGE OF CUPS)

ความหมายของไพ่บุคคล “ไนท์ ออฟ ซอร์ส” (KNIGHT OF SWORDS)

ความหมายของไพ่บุคคล “เพจ ออฟ ซอร์ส” (PAGE OF PENTACLES)

ความหมายของไพ่“เดอะ เลิฟเวอร์” (THE LOVERS) สอนอ่านไพ่ยิปซี

คอร์สเรียนไพ่ยิปซีเพื่อธุรกิจ การค้า หรือก้าวสู่นักพยากรณ์มืออาชีพ (เรียนผ่านไลฟ์สด)

ฟรี!! สอนดูไพ่ยิปซีตั้งแต่ไม่รู้เรื่องจนทำนายเป็น แนะแนวอาชีพเสริม ครบ จบ ในหน้าเดียว

ความหมายของไพ่หมายเลข 2 ไพ่แห่งการเป็นคู่

ความหมายของไพ่บุคคล “เพจ ออฟ ซอร์ส” (PAGE OF SWORDS)